แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทความปากั้วจ่าง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทความปากั้วจ่าง แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ปากั้วเน่ยกง

โบราณว่า “อยากฉลาดเรียนไท่จี๋ อยากต่อยตีเรียนสิงอี้ อยากเป็นเซียนให้เรียนปากั้ว” ความจริงทั้งไท่จี๋ สิงอี้ ปากัว ต่างก็เป็นชื่อของวิชาศิลปะการต่อสู้ของจีนทั้งสิ้น ขึ้นชื่อว่าศิลปะการต่อสู้แล้วก็ต้องต่อสู้ทำร้ายกันทั้งสิ้น ที่ว่าอยากฉลาดเรียนไท่จี๋ อยากต่อยตีเรียนสิงอี้นั้นพอเข้าใจได้ไม่ยาก แต่ที่ว่าอยากเป็นเซียนให้เรียนปากั้วนั้นฟังดูพิกลๆ ในเมื่ออยากเป็นเซียนอยากบรรลุมรรคผลทางศาสนาแล้วเหตุใดจึงกล่าวว่าให้เรียนปากั้ว ทั้งๆ ที่ปากั้วนั้นก็คือศิลปะการป้องกันแขนงหนึ่งเท่านั้นเอง

เหตุผลที่คนโบราณเขาว่าอยากเป็นเซียนให้เรียนปากั้ว ความจริงก็เพราะว่าในวิชาปากั้วนั้นมีจุดเด่นกว่าวิชามวยอื่นๆ ตรงที่ว่านอกจากเรื่องการฝึกศิลปะการต่อสู้แล้วก็ยังมีเรื่องการฝึกภายในหรือการฝึกพลังภายในอยู่เป็นอันมากนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการฝึกพลังภายในโดยตรงหรือการฝึกพลังภายในโดยผสมผสานไปกับการฝึกศิลปะการต่อสู้ก็ตาม

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

การฝึกลมปราณ (ชี่กง)

คำว่าปราณหมายถึงชีวิต การดำรงค์อยู่ของชีวิต ส่วนคำว่าลมปราณนั้นหมายถึงลมแห่งชีวิตซึ่งก็คือลมหายใจของสิ่งมีชีวิตนั่นเอง ตามแนวทฤษฏีแบบจีนโบราณแบ่งองค์ประกอบของมนุษย์ (และสิ่งมีชีวิตต่างๆ) ออกเป็นสามส่วนด้ววยกัน โดยจะประกอบไปด้วย ร่างกาย(สิง) ลมปราณ(ชี่) จิตวิญญาณ(เสิน)

ร่างกายก็คือเนื้อหนังกระดูกเส้นเอ็นตลอดจนอวัยวะต่างๆที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นร่างกาย ส่วนจิตวิญาณก็คือความรู้สึกนึกคิด ทัศนคติ อารมณ์ ความรู้สึกต่างๆ ที่ทำให้มนุษย์มีบุคลิกภาพความเป็นตัวเอง

สำหรับปราณนั้นเป็นส่วนที่เชื่อมตรงกลางระหว่างร่างกายและจิตใจเข้าด้วยกัน หากขาดซึ่งลมปราณแล้วจิตและกายย่อมไม่สามารถดำรงค์อยู่ได้

ตั้งแต่โบราณมามีการฝึกลมปราณในร่างกายมากมายหลายรูปแบบวิธี แต่และวิธีการต่างก็มีจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป แต่เราพอจะสามารถกำหนดรูปแบบของการฝึกลมปราณออกเป็นสองรูปแบบที่สำคัญด้วยกัน นั่นก็คือการฝึกลมปราณแบบภายนอกและแบบภายใน

วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2554

八卦掌

สารคดีปากว้าจ่าง

บรรยายและเสียงประกอบภาษาจีนกลาง

วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2554

ปากว้าจ่าง (ฝ่ามือแปดทิศ)

ปากว้าจ่าง หรือปากัวจ่าง หากแปลความหมายตามตัวอักษรแล้วก็จะหมายถึงฝ่ามือแปดทิศ ปากว้าจ่างเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในประเทศจีน เป็นวิชาที่รับเอาปรัชญาในศาสนาเต๋าและลัทธิเซียนของจีนเข้ามาผสมผสานกับระบบศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว เดิมปากว้าจ่างทีเป็นศิลปะการต่อสู้ที่สอนกันอยู่ในชนชั้นสูงของจีน(เชื้อพระวงค์ ขุนนาง หรือผู้มีอันจะกินในเมืองหลวง) ต่อมาจึงได้เผยแพร่ออกมาสู่ประชาชนทั่วไป ในวงการศิลปะการต่อสู้ของจีนได้จัดให้ปากว้าจ่างอยู่ในกลุ่มเดียวกับมวย ไทจี๋ฉวน(ไทเก๊ก) และสิงอี้ฉวน ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มของมวยภายใน(ฝึกเพื่อการป้องกันตัวมากกว่าต่อสู้ เน้นฝึกระบบภายในตัวก่อนฝึกท่าทาง) สำรับในประเทศไทยเริ่มมีผู้สนใจและมีการเปิดสอนศิลปะมวยปากว้าจ่างนี่แยู่จำนวนหนึ่ง แต่ก็ยังถือว่ารู้จักกันอยู่ในวงแคบๆ และแต่ละที่ล้วนแล้วแต่มีแนวทางเฉพาะของตัวเองทั้งสิ้น

         แนวคิดรวบยอดของศิลปะการต่อสู้แบบปากว้าจ่างก็คือการละความยึดมั่นในตัวเองอย่างที่สุด ทำตัวเองเป็นเพียงความว่างเปล่า เข้าร่วมกับการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้แล้วหยิบยืมพลังความก้าวร้าวของคู่ต่อสู้นั้นคืนกลับไปหา(ทำร้าย)คู่ต่อสู้เองตามกฎของธรรมชาติ(กฎแห่งกรรม, นัยหนึ่งของเครื่องหมายปากว้าหรือที่เรียกกันติดปากคนไทยทั่วไปว่าปากัวซึ่งก็คือวงล้อแห่งกรรม-**หมายถึงปากัวแบบหลังกำเนิด) ทุกสิ่งในธรรมชาตินั้นล้วนมีแต่ความเปลี่ยนแปลง(อนิจจัง, ไม่สามารถคงอยู่ได้ตลอดไป) ทำกรรมใดไว้ก็ย่อมรับผลกรรมนั้น ตัวเราก็เป็นเพียงความว่างเปล่า ....วิธีการของปากว้าจ่างก็เป็นเช่นนั้น